วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พบกัมมันตรังสีในลิงแสมป่าใกล้โรงฟูกูชิม่า

พบกัมมันตรังสีในลิงแสมป่าใกล้โรงฟูกูชิม่า
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

นักวิทยาศาสตร์ ตรวจพบสารกัมมันตรังสีซีเซียมในร่างกายของ ลิงแสมป่าที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา แต่ยังไม่ฟันธง เป็นผลพวงจากอุบัติเหตุที่เกิดกับโรงไฟฟ้า
นักวิทยาศาสตร์นำลิง 61 ตัวที่อาศัยอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปประมาณ 70 กิโลเมตร มาตรวจสอบดูว่ามีอะไรบ่งบอกว่ามันได้รับกัมมันตรังสีหรือไม่ ปรากฏว่าพวกลิงแสมป่าเหล่านี้มีความผิดปกติในเลือด มันมีระดับเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ และมีกัมตรังสีซีเซียมในระดับที่ตรวจพบได้ด้วย 
นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเผยแพร่ รายงาน ในนิตยสาร Scientific Reports บอกว่าซีเซียมที่ตรวจพบในตัวลิงอาจมาจากต้นอ่อนและเปลือกไม้ที่มีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนที่มันกินเข้าไป เพราะเมื่อนักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบลิงในเขตนี้กับลิงอีก 31 ตัวที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรชิโมกิตะ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 400 กิโลเมตร ปรากฏว่าลิง 31 ตัวไม่มีสารซีเซียมในร่างกายเลย
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ยังคงต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับกัมมันตรังสีที่รั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมาที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดนไหวและสึนามิ เมื่อ พ.ศ.2554 ส่งผลให้อุปกรณ์เครื่องมือขัดข้องและสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออก มาจนทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องอพยพผู้คนจากบริเวณใกล้เคียงออกไปถึง 300,000 คน
ที่มา http://news.sanook.com/1637517/%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2/

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

นักวิทย์ฟันธงหลุมขนาดใหญ่เกิดจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

?นักวิทย์ฟันธงหลุมขนาดใหญ่เกิดจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง?
 
               นักวิทยาศาสตร์รัสเซีย เชื่อปากปล่องหลุมขนาดใหญ่ ที่ค้นพบในไซบีเรียเมื่อไม่นานมานี้ อาจเกิดจากแรงดันมหาศาลใต้พื้นโลก อันเนื่องมากจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียเมื่อวันที่ 18ก.ค.ว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์รัสเซียแถลงว่า พวกเขาเชื่อว่าปากปล่องหลุมขนาดความกว้าง 66 เมตรที่ถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ในไซบีเรีย ภาคเหนือไกลของรัสเซียอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในภูมิภาคโดยอังเดร เปลคานอฟ นักวิจัยอาวุโสที่ศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งอาร์กติกกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าปากปล่องหลุมดังกล่าวดูเหมือนจะเกิดจาก “แรงดันมหาศาล” ใต้พื้นโลก เนื่องจากอุณหภูมิในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้นและไม่พบร่องรอยของการระเบิดจึงขจัดความเป็นไปได้ว่าเกิดจากลูกอุกกาบาตตกในภูมิภาคดังกล่าว
               เมื่อวันพุธที่ผ่านมานายเปลคานอฟเดินทางไปตรวจสอบปากปล่องหลุมดังกล่าวซึ่งอยู่ห่างจากบ่อก๊าซโบวาเนนโกโวประมาณ30กิโลเมตร ในคาบสมุทรยามัลทางตอนเหนือไกลของรัสเซียเขากล่าวว่า ร้อยละ 80 ของปากปล่องดูเหมือนจะประกอบด้วยน้ำแข็ง

ที่มา http://www.onep.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=8309:18--2557-&catid=72:2010-10-08-06-35-05&Itemid=266

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ฮอนด้า ประกาศให้ พนง.หยุดงานหวั่นภัยพายุ

ฮอนด้า ประกาศให้ พนง.หยุดงานหวั่นภัยพายุ



              ฮอนด้า ประกาศให้ พนง.โรงงานในญี่ปุ่น หยุดงานพรุ่งนี้ 1 วัน เลี่ยงพายุพัดถล่มพื้นที่คุมาโมโตะ
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน โฆษกบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ในญี่ปุ่น ประกาศวันนี้ ให้พนักงานในโรงงานจังหวัดคุมาโมโตะ ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น หยุดงานในวันพรุ่งนี้ 1 วัน เนื่องจากว่า พายุไต้ฝุ่นจะพัดเข้าพื้นที่ตั้งโรงงานของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและทรัพย์สิน ทั้งนี้ ทางบริษัทไม่ได้คาดหวังความเสียหาย ที่อาจเกิดกับบริษัทแต่อย่างใด 
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ความเร็วของลมพายุไต้ฝุ่นนีโอกูริ ที่ได้พัดถล่มทางใต้ของจังหวัดโอกินาวะ รุนแรงถึง 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย วันนี้ทางการญี่ปุ่นประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวกว่า 2,000,000 คนที่จะออกจากบ้าน ให้ระวังน้ำท่วมด้วย
ที่มาhttp://news.sanook.com/1627373/%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%87.%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8/

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มูลนิธิสืบฯ ร้องอธิบดีกรมอุทยานฯ เอาผิดเฟซบุ๊คกลุ่ม"ล่าสัตว์ป่า"

มูลนิธิสืบฯ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดกลุ่มเฟซบุ๊ค "ล่าสัตว์ป่า" ที่มีพฤติกรรมการล่าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย
แม้เวลานี้ได้เปลี่ยนชื่อกลุ่ม และตั้งกลุ่มเป็นกลุ่มลับแล้ว แต่มีหลักฐานปรากฎชัด ควรดำเนินการทางกฎหมายให้ได้ เพราะหากปล่อยไว้ อาจเป็นอันตรายต่อค่านิยมของคนในสังคมที่เห็นว่าการล่าสัตว์ป่าเป็นเรื่องสนุก พร้อมเผยสถานการณ์การล่าสัตว์ป่าเพื่อขายต่างประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตหนัก โดยเฉพาะสัตว์ป่า 5 ประเภทได้แก่ "ตัวนิ่ม-เสือ-หมี-เต่า-แรด" ที่พบเจ้าหน้าที่รัฐละเลยการจับกุม
วันนี้ (4 ก.ค.57) นางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำผิดกลุ่มในโซเซียลมีเดียที่มีการจัดตั้งกลุ่มทางเฟซบุ๊คว่า "ล่าสัตว์ป่า" โดยมูลนิธิสืบฯ มีความห่วงใจต่อรูปแบบกิจกรรมของผู้ล่าที่กระทำอย่างผิดกฎหมาย และการนำภาพมาเผยแพร่สู่สาธารณชนของกลุ่มนี้ จึงอยากให้มีการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำผิด เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีในสังคมต่อไป ทั้งนี้มูลนิธิสืบฯ ได้มอบหมายให้นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ กรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้ดำเนินการเฝ้าระวังตามแผนยุทธศาสตร์ของมูลนิธิสืบฯ ว่าด้วยเรื่องการเฝ้าระวังสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศผืนป่า และสัตว์ป่า
ก่อนหน้านี้ กลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ได้มีการร้องกรมอุทยานฯให้ตรวจสอบกลุ่มเฟซบุ๊ค "ล่าสัตว์ป่า" "A call for Animal Rights" ไปแล้ว โดยระบุว่ากลุ่มล่าสัตว์ป่ามีสมาชิกประมาณ 2 พันกว่าคน มีวัตถุประสงค์กลุ่มว่า "การล่าเพื่อนำมาเป็นอาหาร โดยจะเน้นไปที่สัตว์ขนาดเล็กและกลาง สัตว์ที่สร้างความเสียหายให้กับพืช สวน ไร่ นา บ่อเลี้ยงปลา โรงเรือน อาคาร หรือพวกที่เป็นสัตว์ต่างถิ่น สัตว์ที่นำโรคมาสู่คนเลี้ยง เป็นต้น สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ห้ามล่าโดยเด็ดขาด!! เพราะจะนำมาซึ่งความผิด และความเสียหายแก่ธรรมชาติ" แต่ภาพที่ปรากฏในกลุ่มนี้กลับเต็มไปด้วยการไล่ล่า สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น พญากระรอกบินหูแดง ลิงกัง เหยี่ยวขาว ชะมด พญากระรอก แมวดาว เต่าเหลือง อ้น กระจง ค่าง จิ้งจอก นกป่าคุ้มครองมากมาย รวมทั้งมีการประกอบปืนเถื่อน การครอบครองอาวุธสงคราม โดยหลายๆรูปมีคำบรรยายรูปในทำนอง นึกสนุก อยากยิง อยากฆ่า และเป็นการนำมาอวดกันโดยเฉพาะ
นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ให้สัมภาษณ์กับ "ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์" ว่า การล่าสัตว์ป่าของคนกลุ่มนี้ เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการล่าสัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และไม่ได้เป็นการล่าเพื่อนำมาเป็นอาหารตามคำกล่าวอ้าง เนื่องจาก คนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนขาดแคลนอาหาร และทุกวันนี้สัตว์ป่ามีจำนวนน้อยมาก น้อยกว่าที่จะทำการล่ามาเพื่อเป็นอาหาร แต่กลับส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์รุนแรง
ประกอบกับการสื่อความของคนกลุ่มนี้ผ่านสื่อโซเซียลเน็ตเวิร์คนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ท้าทายกฎหมาย และยังประกาศตัวในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับค่านิยมในทำนองว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่อง "สนุก" "มันส์" ดังนั้นหากแนวความคิดนี้กลายเป็นค่านิยมใหม่ของสังคม จะเป็นเรื่องที่เป็นอันตรายอย่างมาก ต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนกับสังคมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิด ปล่อยให้ลุกลามไม่ได้
กรรมการมูลนิธิสืบฯ เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ทราบเรื่องแล้วว่ากลุ่มเฟซบุ๊คดังกล่าวได้ปิดตัวเอง และไปเปิดเป็นกลุ่มเฟซบุ๊คแบบกลุ่มลับ (Secret Group) แล้ว แต่อย่างไรก็ตามคนกลุ่มนี้ยังมีพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย และมีหลักฐานเอาผิดได้แน่นอน ดังนั้นทางมูลนิธิสืบฯต้องการให้ทางกรมอุทยานฯ จริงจังกับการจัดการปัญหานี้ และนำคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อระดับค่านิยมของคนในสังคมต่อไป
อย่างไรก็ดี สำหรับสถานการณ์การล่าสัตว์ป่าในประเทศไทยขณะนี้ ยังมีปัญหาเรื่องของคำสั่งซื้อ หรือใบสั่งจากต่างประเทศที่ต้องการให้ชาวบ้านไปล่าสัตว์ป่าเพื่อนำสัตว์ป่าไปบริโภคเป็นยาตามความเชื่อ โดยเฉพาะประเทศจีน
"เมื่อจีนมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมาก พบว่า คำสั่งซื้อ หรือคำสั่งให้ล่าสัตว์ป่าหายากมีจำนวนมากขึ้นกว่าแต่เดิมอย่างมาก เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ซึ่งคำสั่งซื้อสัตว์ป่าหายากไม่ได้มาจากประเทศจีนอย่างเดียว อย่างประเทศเวียดนามก็มีมาก" นายแพทย์รังสฤษฎ์กล่าวพร้อมระบุอีกว่า สัตว์ป่าที่มักถูกล่าอย่างผิดกฎหมายนั้นประกอบด้วย สัตว์ป่า 5 ประเภทหลัก คือ ตัวนิ่ม เสือ หมี เต่า และแรด ทั้งนี้สำหรับแรด เป็นสัตว์ป่าหายากที่ประเทศไทยไม่มีเหลือในประเทศแล้ว แต่ประเทศไทยก็ยังถือเป็นทางผ่านของขบวนการการล่าสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ โดยมีการละเลยที่จะเอาความผิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ควรเร่งแก้ไข
 
ขอบคุณภาพ: www.thaiwildlife.org
http://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B8%AF-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AF-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%8B%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2